
ในยุคที่เว็บไซต์ต้องโหลดเร็วและแสดงผลได้คมชัด รูปแบบของไฟล์ภาพที่ใช้งานบนเว็บไซต์จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในฟอร์แมตรูปภาพที่มาแรงและถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือ ไฟล์ WebP แล้วไฟล์ WebP คืออะไร? ทำไมหลายเว็บไซต์จึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้แทน JPG หรือ PNG? และมันดีกว่ายังไง? มาหาคำตอบในบทความนี้กันครับ
หัวข้อ
ไฟล์ WebP คืออะไร?
WebP (อ่านว่า “เวบพี”) คือ รูปแบบไฟล์ภาพที่พัฒนาโดย Google โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ภาพที่คุณภาพดีแต่ขนาดเล็กกว่าไฟล์ภาพทั่วไป เช่น JPEG หรือ PNG ซึ่งช่วยให้หน้าเว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้น และประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
ไฟล์ WebP รองรับทั้งการบีบอัดแบบมีข้อมูลสูญหาย (Lossy Compression) และแบบไม่สูญหาย (Lossless Compression) ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพกราฟิก หรือภาพโปร่งใส (Transparency)
ประวัติของไฟล์ WebP
ไฟล์ WebP ถูกพัฒนาโดย Google ในปี 2010 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขนาดไฟล์ภาพบนเว็บไซต์ที่ส่งผลต่อความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ WebP พัฒนามาจากเทคโนโลยีการบีบอัดภาพของ VP8 video codec ซึ่ง Google ได้มาเมื่อเข้าซื้อบริษัท On2 Technologies ในปี 2009 จากนั้นจึงนำอัลกอริทึมการบีบอัดของวิดีโอนี้มาประยุกต์ใช้กับไฟล์ภาพนิ่ง จนเกิดเป็นฟอร์แมตภาพ WebP ที่มีขนาดเล็กลงแต่ยังคงคุณภาพสูง
ในช่วงแรก WebP รองรับเฉพาะการบีบอัดแบบมีการสูญเสียข้อมูล (Lossy Compression) เท่านั้น แต่ต่อมาในปี 2012 Google ได้ปรับปรุงให้ WebP รองรับการบีบอัดแบบไม่สูญเสียข้อมูล (Lossless Compression) และเพิ่มฟีเจอร์ Transparency (Alpha Channel) ทำให้สามารถนำมาใช้แทน PNG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเวลาต่อมา Google ยังได้พัฒนาให้ WebP รองรับ ภาพเคลื่อนไหว (Animated WebP) ซึ่งสามารถแทนที่ GIF ได้อีกด้วย
ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา WebP ได้รับการสนับสนุนจากเบราว์เซอร์หลักอย่าง Chrome, Firefox, Edge และ Safari (เวอร์ชันใหม่) รวมถึงระบบจัดการเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง WordPress และ Shopify ทำให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการจัดการภาพบนเว็บไซต์สมัยใหม่ ช่วยให้เว็บโหลดเร็ว ประหยัดพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานบนมือถือได้อย่างชัดเจน
จุดเด่นของไฟล์ WebP
- ขนาดเล็กกว่า JPEG และ PNG – โดยเฉลี่ยไฟล์ WebP เล็กกว่า JPEG ถึง 25-35% และเล็กกว่า PNG สูงสุดถึง 26%
- คุณภาพสูงแม้จะบีบอัด – คงความคมชัดของภาพได้ดีแม้จะลดขนาดไฟล์
- รองรับภาพโปร่งใส (Transparency) – เหมือนกับ PNG แต่ขนาดเล็กกว่า
- รองรับภาพเคลื่อนไหว (Animation) – ใช้แทน GIF ได้ และโหลดเร็วกว่า
- เหมาะกับเว็บไซต์และเว็บแอป – ช่วยให้หน้าเว็บโหลดเร็วขึ้นและส่งผลดีต่อ SEO
เปรียบเทียบ WebP กับรูปแบบภาพอื่น
ประเภทไฟล์ | ขนาดไฟล์ | คุณภาพภาพ | รองรับ Transparency | รองรับ Animation | เหมาะกับ |
---|---|---|---|---|---|
WebP | เว็บไซต์, แอป, บล็อก | ||||
JPEG | ภาพถ่ายทั่วไป | ||||
PNG | กราฟิกที่ต้องใช้ความโปร่งใส | ||||
GIF | ภาพเคลื่อนไหวเบื้องต้น |
WebP เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
- รูปภาพในเว็บไซต์ (Banner, Header, Gallery)
- รูปภาพสินค้าในร้านค้าออนไลน์
- รูปประกอบบทความ Blog หรือบทความ SEO
- แอปพลิเคชันที่ต้องการภาพโหลดเร็ว
- รูปในอีเมลหรือ Landing Page ที่ต้องการความเร็วในการโหลด
ข้อดีของการใช้ WebP บนเว็บไซต์
- เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ (Page Speed) – ส่งผลดีต่อประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) และอันดับ SEO
- ลดปริมาณการใช้ Bandwidth – ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฮสต์เว็บไซต์
- เพิ่มประสิทธิภาพบนมือถือ – โหลดไวบนเครือข่ายมือถือแม้ความเร็วไม่สูง
- รองรับโดยเบราว์เซอร์หลักเกือบทั้งหมด – เช่น Chrome, Firefox, Edge, Safari (เวอร์ชันใหม่), Opera
ข้อควรระวังในการใช้ WebP
- เบราว์เซอร์บางรุ่นเก่าหรือระบบบางแพลตฟอร์มอาจยังไม่รองรับ WebP
(แนะนำให้ใช้โค้ด fallback หรือ plugin ที่แปลงอัตโนมัติ) - โปรแกรมแก้ไขภาพบางตัวไม่สามารถเปิดหรือบันทึกเป็น WebP ได้โดยตรง
(ควรใช้เครื่องมือแปลงภาพ เช่น Squoosh, Convertio, หรือ Photoshop ที่มีปลั๊กอิน WebP)
วิธีแปลงภาพเป็น .WebP
คุณสามารถแปลงไฟล์ JPG / PNG / GIF เป็น WebP ได้หลายวิธี เช่น
เครื่องมือออนไลน์
- Squoosh (โดย Google)
- Convertio
โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์
- Photoshop (ใช้ปลั๊กอิน WebP)
- GIMP (ฟรี)
- XnConvert หรือ IrfanView
ปลั๊กอินสำหรับ WordPress
- WebP Express
- ShortPixel
- EWWW Image Optimizer
สรุป
ไฟล์ WebP คือรูปแบบไฟล์ภาพยุคใหม่ที่ทั้งคุณภาพดีและขนาดเล็กเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการความเร็วในการโหลด ประหยัดพื้นที่ และรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพาอย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังสร้างหรือปรับปรุงเว็บไซต์ การใช้ภาพในฟอร์แมต WebP จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณดูเป็นมืออาชีพ โหลดเร็ว และมีผลดีต่อ SEO มากขึ้นในระยะยาว
หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับภาพ WebP สำหรับเว็บไซต์ WordPress หรือ WooCommerce หรือสนใจบริการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ด้วยการ Optimize รูปภาพ บอกได้เลยครับ เรายินดีให้คำแนะนำแบบมืออาชีพ!
คำถามที่พบบ่อย
ไฟล์ WebP กับไฟล์ JPEG แตกต่างกันอย่างไร?
ไฟล์ทั้งสองประเภทบีบอัดรูปภาพเพื่อทำให้การแชร์และจัดเก็บนั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ไฟล์ WebP มักมีขนาดที่เล็กกว่าไฟล์ JPEG แบบดั้งเดิม ผู้พัฒนาของ Google กล่าวว่ารูปภาพ WebP ที่ผ่านการบีบอัดแบบสูญเสียข้อมูลนั้นสามารถมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ JPEG ที่เทียบเท่ากันได้ตั้งแต่ 25% ถึง 34%
WebP ใช้ได้กับเบราวเซอร์ทั้งหมดหรือไม่?
หลังมีการพัฒนาและวิวัฒนาการนานหลายปี เบราว์เซอร์ส่วนมากก็รองรับรูปแบบ WebP แต่เบราว์เซอร์บางส่วนเช่น Internet Explorer อาจมีปัญหาในการรองรับไฟล์ WebP ดังนั้นคุณจึงควรตรวจสอบรายชื่อเบราว์เซอร์ที่รองรับล่าสุดจาก Google
WebP เป็นรูปแบบไฟล์แบบโอเพนซอร์สหรือไม่?
WebP เป็นรูปแบบไฟล์แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งหมายความว่าใครๆ ก็สามารถนำรูปแบบไฟล์นี้ไปปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ผู้พัฒนาของ Google ได้สนับสนุนให้ผู้ใช้เสนอการปรับปรุงของตนเองตั้งแต่ไฟล์เปิดตัวในปี 2010
รูปภาพ WebP มีขนาดสูงสุดหรือไม่?
ขนาดสูงสุดของรูปภาพ WebP คือ 16,383 x 16,383 พิกเซล โดยคุณอาจต้องคำนึงถึงปัจจัยนี้ก่อนเพิ่มรูปภาพ WebP ไปยังเว็บไซต์หรือนำไปใช้งานที่อื่น
รูปภาพ WebP เป็นแบบราสเตอร์หรือเวกเตอร์
WebP เป็นไฟล์ราสเตอร์ประเภทหนึ่ง ไฟล์ราสเตอร์เป็นหนึ่งในไฟล์ภาพสองชนิดหลัก โดยอีกชนิดหนึ่งคือไฟล์เวกเตอร์ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองชนิดคือ ไฟล์ราสเตอร์นั้นประกอบด้วยพิกเซลเดี่ยวๆ จำนวนมาก ในขณะที่กราฟิกเวกเตอร์นั้นสร้างขึ้นจากสูตรและวิธีการทางคณิตศาสตร์
เว็บแปลงไฟล์ WebP
- AnyWebP : แปลงภาพ WebP หลายร้อยภาพเป็น JPG/JPEG/PNG/ICO หรือรูปแบบภาพอื่นๆ เป็น WebP ได้ในคลิกเดียว! ไม่จำเป็นต้องอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ [แนะนำ]
- Convertio
- Freeconvert
- WEBP Converter
- TinyIMG
ติดต่อเรา
- Facebook : KNmasters รับทำเว็บไซต์ WordPress SEO Backlink การตลาดออนไลน์ครบวงจร
- LINE : KNmasters
- Youtube : KNmasters
- Instagram : knmasters.official
- Tiktok : KNmasters.official
- Twitter : KNmasters Official
- เว็บไซต์ : www.knmasters.com
- แผนที่ : KNmasters
