ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

เปรียบเทียบ Shopify กับ WooCommerce แบบละเอียด แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับคุณ?

เปรียบเทียบ Shopify กับ WooCommerce แบบละเอียด แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับคุณ?
KNmasters

เมื่อพูดถึงการสร้างร้านค้าออนไลน์ (E-commerce Store) สองแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดคือ Shopify และ WooCommerce โดยทั้งสองระบบมีจุดเด่น จุดด้อย และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน หากคุณกำลังลังเลว่าจะเลือกใช้แพลตฟอร์มใดในการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของคุณ บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการเปรียบเทียบ Shopify กับ WooCommerce อย่างละเอียดในทุกแง่มุม

Shopify คืออะไร?

Shopify คือแพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์แบบ Cloud-Based ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องติดตั้งหรือดูแลโฮสติ้งเอง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและธุรกิจที่ต้องการความสะดวก ใช้งานง่าย มีระบบจัดการหลังบ้านแบบครบวงจร พร้อมบริการ Support ตลอด 24/7

WooCommerce คืออะไร?

WooCommerce เป็นปลั๊กอินของ WordPress ที่แปลงเว็บไซต์ให้กลายเป็นร้านค้าออนไลน์แบบสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมร้านค้าได้อย่างละเอียด และสามารถปรับแต่งระบบได้อย่างยืดหยุ่นมากที่สุด แต่ต้องดูแล Hosting และระบบความปลอดภัยด้วยตัวเอง

เปรียบเทียบ Shopify กับ WooCommerce

หัวข้อShopifyWooCommerce
รูปแบบการใช้งานแพลตฟอร์มสำเร็จรูปปลั๊กอินเสริมบน WordPress
การติดตั้งไม่ต้องติดตั้งต้องติดตั้ง WordPress และ WooCommerce
ใช้งานง่ายใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่ต้องเรียนรู้ WordPress ก่อน
การปรับแต่งจำกัด (ต้องซื้อธีม/แอป)ยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งได้ทุกส่วน
ค่าใช้จ่ายมีค่ารายเดือน + ค่าธรรมเนียมการขายฟรี แต่มีค่าโฮสต์, ธีม, ปลั๊กอินเสริม
ระบบชำระเงินรองรับหลายช่องทางในตัวต้องติดตั้งปลั๊กอินเพิ่ม
การจัดการสินค้ามีระบบจัดการสต็อกครบวงจรมีฟีเจอร์พื้นฐาน + เสริมด้วยปลั๊กอิน
SEOรองรับพื้นฐาน + แอปเสริมมีความยืดหยุ่นสูงสำหรับ SEO
ความปลอดภัยShopify จัดการให้ทั้งหมดผู้ใช้งานต้องดูแลเอง
ซัพพอร์ต24/7 จากทีม Shopifyจากชุมชนผู้ใช้ WordPress หรือบริษัท Hosting
การขยายระบบใช้ App ใน Shopify App Storeใช้ปลั๊กอิน WordPress ที่มีหลายหมื่นตัว
เหมาะสำหรับร้านค้าทั่วไป / ผู้เริ่มต้นร้านที่ต้องการควบคุมสูง / นักพัฒนา

ค่าใช้จ่ายระยะยาว

Shopify

  • แพ็กเกจเริ่มต้น $39/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 2.0% หากไม่ใช้ Shopify Payments
  • แอปเสริมหลายตัวมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติม

WooCommerce

  • ตัวปลั๊กอินฟรี
  • โฮสติ้งประมาณ 100–400 บาท/เดือน (หรือมากกว่านั้นหากใช้ Hosting คุณภาพสูง)
  • ธีมและปลั๊กอินพรีเมียมอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรม (นอกจากจาก Payment Gateway)

SEO และความสามารถในการติดอันดับ Google

ด้าน SEOShopifyWooCommerce
ปรับแต่ง URL✔✔✔ (ยืดหยุ่นกว่า)
Meta Title & Description✔✔✔
ปลั๊กอิน SEOต้องใช้แอปใช้ปลั๊กอินยอดนิยม เช่น RankMath, Yoast
ความเร็วเว็บไซต์ดี (ขึ้นกับธีม/แอป)ขึ้นกับโฮสติ้งและการปรับแต่ง
AMP รองรับผ่านแอปผ่านปลั๊กอิน

WooCommerce เหมาะกับผู้ที่จริงจังกับ SEO และต้องการควบคุมโครงสร้างเว็บแบบละเอียด

Shopify เหมาะกับใคร?

  • ผู้เริ่มต้นที่ไม่มีพื้นฐานเทคนิค
  • ธุรกิจที่ต้องการระบบพร้อมใช้และดูแลง่าย
  • ผู้ที่ต้องการเปิดร้านค้าแบบเร่งด่วน
  • ผู้ขายสินค้าดรอปชิปหรือพรีออเดอร์

WooCommerce เหมาะกับใคร?

  • นักพัฒนาเว็บไซต์ / ผู้มีพื้นฐาน WordPress
  • ธุรกิจที่ต้องการปรับแต่งเฉพาะทาง
  • ผู้ที่เน้น SEO เป็นหลัก
  • ผู้ที่ต้องการควบคุมระบบอย่างละเอียดและไม่มีข้อจำกัดเรื่องดีไซน์

สรุป Shopify กับ WooCommerce แพลตฟอร์มไหนดี?

| ต้องการความ “ง่าย” และ “เร็ว” → Shopify
| ต้องการ “ควบคุมระบบสูงสุด” และ “ปรับแต่งได้อิสระ” → WooCommerce

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ระบบไหนดี ลองเริ่มต้นจาก Shopify ซึ่งมีระบบทดลองใช้งานฟรี หรือหากคุณถนัด WordPress อยู่แล้ว WooCommerce อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อยากเปิดร้านออนไลน์ เลือกให้ตรงกับสไตล์คุณ

  • Shopify : ร้านพร้อมขายในไม่กี่คลิก
  • WooCommerce : ปรับแต่งได้ทุกสิ่งอย่าง

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้แพลตฟอร์มไหน สิ่งสำคัญคือ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและบริหารจัดการร้านให้มีประสิทธิภาพครับ

ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

KNmasters
Pay-Per-Click (PPC) คือโมเดลการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตที่ผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินให้กับแพลตฟอร์มที่ให้บริก...
KNmasters
Core Web Vitals คือชุดของตัวชี้วัดที่ Google ใช้เพื่อประเมินประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ในด้านความเร็...
KNmasters
Link Profile หรือ โปรไฟล์ลิงก์ คือภาพรวมของลิงก์ทั้งหมดที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคุณ หรือที่เชื่อมโยงจาก...
KNmasters
Header Tags หรือที่รู้จักกันในชื่อ แท็กหัวเรื่อง เป็นเครื่องมือที่สำคัญใน HTML ที่ใช้ในการจัดระเบียบ...
KNmasters
User Experience (UX) หรือ ประสบการณ์การใช้งาน คือการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ในขณะที่ใช้งานเว็บไซต...
KNmasters
Bounce Rate คือหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในด้านการวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำ SEO (Search Engine O...