ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

8 เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) สำหรับการทำ SEO ที่คุณต้องรู้

8 เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) สำหรับการทำ SEO ที่คุณต้องรู้
เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword)-cover

การค้นหาและเลือกใช้คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO เพราะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏบนหน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Google ได้ง่ายขึ้น การใช้เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณวิเคราะห์และเลือกคำที่มีศักยภาพสูงสุดในการเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ บทความนี้จะแนะนำโปรแกรมและเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจ ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน เพื่อช่วยให้การทำ SEO ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

8 เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่แนะนำ

1. Google Keyword Planner (ฟรี)

Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google Ads ที่ช่วยให้คุณสามารถค้นหาคีย์เวิร์ดและวิเคราะห์ปริมาณการค้นหาได้ โดยแสดงข้อมูลเกี่ยวกับคำค้นหายอดนิยมและคำที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประมาณการค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา

ข้อดี

  • ข้อมูลตรงจาก Google
  • ฟรีและใช้งานง่าย
  • แนะนำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสีย

  • ข้อมูลบางส่วนอาจไม่ละเอียดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ Google Ads

Google Trends ช่วยให้คุณสามารถดูแนวโน้มการค้นหาและเปรียบเทียบความนิยมของคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับการค้นหาคำที่กำลังเป็นกระแสหรือได้รับความนิยมในช่วงเวลาต่าง ๆ

ข้อดี:

  • ข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์
  • เปรียบเทียบแนวโน้มคีย์เวิร์ด
  • วิเคราะห์ตามภูมิภาคและช่วงเวลา

ข้อเสีย:

  • ไม่แสดงปริมาณการค้นหาโดยตรง

3. Ubersuggest (ฟรี+เสียเงิน)

Ubersuggest เป็นเครื่องมือหา Keyword ที่ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชันการวิเคราะห์ SEO ครบวงจร สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ปริมาณการค้นหา และการแข่งขันได้

ข้อดี:

  • ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่
  • แสดงคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องพร้อมกับค่า CPC และความยากในการทำ SEO
  • มีเวอร์ชันฟรีที่สามารถใช้งานได้

ข้อเสีย:

  • เวอร์ชันฟรีมีข้อจำกัดในการค้นหาต่อวัน

4. Keywordtool.io (ฟรี+เสียเงิน)

Keywordtool.io เป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างคีย์เวิร์ดจาก Google Autocomplete ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องในปริมาณมาก

ข้อดี

  • สร้างคีย์เวิร์ดจำนวนมากได้จากการค้นหาคำเดียว
  • รองรับหลายแพลตฟอร์ม เช่น Google, YouTube, Amazon

ข้อเสีย

  • เวอร์ชันฟรีไม่แสดงปริมาณการค้นหา

5. Ahrefs (เสียเงิน)

Ahrefs เป็นเครื่องมือ SEO ชั้นนำที่นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ทั่วโลกเลือกใช้ ด้วยฟีเจอร์การค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพและฐานข้อมูลขนาดใหญ่

ข้อดี

  • ฐานข้อมูลคีย์เวิร์ดขนาดใหญ่
  • วิเคราะห์ Backlink ได้ละเอียด
  • แสดงคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งใช้

ข้อเสีย

  • ราคาสูง

ลิงก์: Ahrefs

6. Moz (เสียเงิน)

Moz เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ SEO ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะการวิเคราะห์และค้นหาคีย์เวิร์ด มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นเรื่องง่าย

ข้อดี

  • เครื่องมือวิเคราะห์ SEO ครบวงจร
  • วิเคราะห์และติดตามอันดับคีย์เวิร์ดได้

ข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

7. SEMrush (เสียเงิน)

SEMrush เป็นเครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดและ SEO อย่างละเอียด เหมาะสำหรับการวิจัยและวิเคราะห์คู่แข่ง

ข้อดี

  • วิเคราะห์ SEO ได้อย่างละเอียด
  • มีเครื่องมือสำหรับ PPC และ Social Media

ข้อเสีย

  • ราคาสูง แต่คุ้มค่ากับคุณสมบัติที่ได้รับ

ลิงก์: SEMrush

8. KWFinder (เสียเงิน)

KWFinder เป็นเครื่องมือที่เน้นการค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันต่ำ ทำให้เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการติดอันดับ

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย
  • เหมาะสำหรับการหา Long-tail Keywords

ข้อเสีย

  • ข้อมูลบางส่วนอาจไม่ละเอียดเท่า Ahrefs หรือ SEMrush

สรุป

การเลือกเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ SEO ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Google Keyword Planner หรือเครื่องมือระดับมืออาชีพอย่าง Ahrefs และ SEMrush สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณของคุณ เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

KNmasters
ในการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง ความยืดหยุ่นสูงสุด และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในระ...
KNmasters
ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว การมีร้านค้าออนไลน์กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งผู้เริ่มต...
KNmasters
เมื่อพูดถึงการสร้างร้านค้าออนไลน์ (E-commerce Store) สองแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดคือ Sh...
KNmasters
ในยุคที่ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยี การจัดการข้อมูลอย่างมีประส...
KNmasters
PostgreSQL คือระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System – RDBMS) ที่มีค...
KNmasters
PHP (Hypertext Preprocessor) เป็นภาษาโปรแกรมที่ใช้สำหรับการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ โดยเป็นภา...