ปรับแต่งการตั้งค่าการให้ความยินยอม

เราใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้คุณสามารถไปยังส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำหน้าที่บางอย่าง คุณจะพบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ทั้งหมดภายใต้หมวดหมู่ความยินยอมแต่ละประเภทด้านล่าง คุกกี้ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่า "จำเป็น" จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการทำงานของฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์... 

ใช้งานอยู่เสมอ

คุกกี้ที่จำเป็นมีความสำคัญต่อฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้

คุกกี้เหล่านี้ไม่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้แบบฟังก์ชันนอลช่วยทำหน้าที่บางอย่าง เช่น แบ่งปันเนื้อหาของเว็บไซต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวบรวมความคิดเห็น และฟีเจอร์อื่นๆ ของบุคคลที่สาม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้วิเคราะห์ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัด เช่น จำนวนผู้เข้าชม อัตราตีกลับ แหล่งที่มาของการเข้าชม ฯลฯ

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อทำความเข้าใจและวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิภาพหลักของเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เยี่ยมชม

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

คุกกี้โฆษณาใช้เพื่อส่งโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งตามการเข้าชมก่อนหน้านี้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา

ไม่มีคุกกี้ที่จะแสดง

Canonical Tag คืออะไร? ตัวช่วยสำคัญในการจัดการเนื้อหาซ้ำ (Duplicate Content) สำหรับ SEO

Canonical Tag คืออะไร? ตัวช่วยสำคัญในการจัดการเนื้อหาซ้ำ (Duplicate Content) สำหรับ SEO
KNmasters

ในโลกของ SEO หนึ่งในปัญหาที่หลายเว็บไซต์มักเผชิญแบบไม่รู้ตัวคือ เนื้อหาซ้ำ (Duplicate Content) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเว็บไซต์บน Google ได้โดยตรง และนี่คือเหตุผลที่ Canonical Tag เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบอก Search Engine ว่า “หน้าหลัก” ของเนื้อหาคือหน้าใด

บทความนี้จะอธิบายว่า Canonical Tag คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมเว็บไซต์คุณควรใช้ และวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของคุณไม่ตกหล่นจากผลการค้นหา

Canonical Tag คืออะไร?

Canonical Tag คือ แท็ก HTML ที่ใช้บอก Google หรือ Search Engine อื่นๆ ว่า หน้านี้มี “เนื้อหาต้นฉบับ” อยู่ที่ URL ไหน โดยใช้รูปแบบดังนี้

<link rel="canonical" href="https://www.example.com/original-page/" />

โดยปกติแล้ว เราจะใส่แท็กนี้ไว้ใน <head> ของหน้าเว็บ เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจว่าควรให้เครดิตเนื้อหาแก่ URL ใด

ทำไม Canonical Tag ถึงสำคัญ?

ป้องกันปัญหา Duplicate Content

Google ไม่ชอบเนื้อหาที่เหมือนกันหลายหน้า เพราะอาจทำให้สับสนว่า “ควรจัดอันดับหน้าไหน” การใช้ Canonical Tag จะช่วยรวมคะแนน SEO ไว้ที่หน้าหลัก

ถ้าหลายหน้าเว็บมีเนื้อหาคล้ายกันและได้รับลิงก์จากเว็บอื่น การใช้ Canonical Tag จะช่วยให้ลิงก์ทั้งหมดส่งค่าพลังกลับมายัง URL ที่คุณต้องการได้

ควบคุม Index ได้แม่นยำ

แทนที่จะปล่อยให้ Google ตัดสินใจเอง คุณสามารถ “กำหนด” ได้ว่าหน้าไหนคือหน้าแท้จริงที่ต้องการให้แสดงในผลค้นหา

ป้องกันปัญหาจาก URL ซ้ำโดยโครงสร้างเว็บ

เช่น หน้าเดียวกันแต่มีหลาย URL

โดยทั้งหมดอาจเป็นหน้าสินค้าเดียวกัน แต่ไม่มี Canonical Tag ก็จะกลายเป็นเนื้อหาซ้ำทันที

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรใช้ Canonical Tag

สถานการณ์คำอธิบาย
หน้าที่มี UTM Tracking หรือพารามิเตอร์ป้องกัน URL ที่มีโค้ดแคมเปญกลายเป็นเนื้อหาซ้ำ
หน้าแสดงสินค้าซ้ำกันในหมวดหมู่ต่าง ๆเช่น เสื้อยืดตัวเดียวกันอยู่ในหมวด “ของใหม่” และ “ยอดนิยม”
หน้าเวอร์ชันพิมพ์ (Print version) หรือ PDFควรกำหนด canonical ไปยังหน้าเว็บหลัก
การใช้งาน CMS ที่สร้าง URL ซ้ำเช่น WordPress, Shopify หรือ Magento

วิธีใส่ Canonical Tag

วิธีที่ 1: ใส่ใน <head> ด้วยโค้ด HTML

<link rel="canonical" href="https://www.example.com/your-page/" />

วิธีที่ 2: ใช้ปลั๊กอิน (สำหรับ WordPress)

  • Yoast SEO: มีช่องให้ใส่ Canonical URL สำหรับแต่ละหน้า
  • Rank Math: สามารถตั้งค่า Canonical ได้อย่างยืดหยุ่น
  • All in One SEO Pack: รองรับการจัดการ Canonical เช่นกัน

วิธีที่ 3: สำหรับเว็บ E-commerce

หากใช้ Shopify หรือ Magento สามารถตั้ง Canonical แบบอัตโนมัติ หรือผ่าน Theme Editor และ Extension ได้

Canonical vs 301 Redirect: ต่างกันอย่างไร?

คุณสมบัติCanonical Tag301 Redirect
ผู้ใช้มองเห็นได้ไหมเห็นหน้าเว็บปกติย้ายไปยังหน้าใหม่ทันที
บอก Google หน้าไหนคือหลัก✅✅
ใช้ในกรณีหน้าเนื้อหาคล้ายกันแต่ยังต้องใช้งานทั้งคู่✅❌
ใช้เมื่อจะปิดหน้าหนึ่งถาวร❌✅

วิธีตรวจสอบ Canonical Tag

  1. เปิดหน้าเว็บ แล้วคลิกขวา → View Page Source → ค้นคำว่า canonical
  2. ใช้เครื่องมือตรวจสอบ เช่น:
    • Google Search Console (ใน URL Inspection)
    • SEO Tools อย่าง Screaming Frog, Ahrefs หรือ SEMrush
    • SEO Site Checkup (ฟรี)

ข้อควรระวังในการใช้งาน Canonical Tag

  • หลีกเลี่ยงการตั้ง Canonical ไปยัง URL ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
  • อย่าตั้ง Canonical เป็นหน้าต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาเดียวกัน (ใช้ hreflang แทน)
  • ตรวจสอบว่า Canonical URL มีสถานะ 200 OK และไม่ถูกบล็อกด้วย robots.txt
  • อย่าตั้ง Canonical ให้วนกลับมาหาหน้าเดิมแบบผิด ๆ ในหลายระดับ (Loop)

สรุป Canonical Tag คือเครื่องมือเล็กๆ แต่สำคัญสำหรับ SEO

Canonical Tag คือ “ทางลัด” ในการบอก Google ว่า “หน้านี้คือเวอร์ชันหลัก” ที่ควรจัดอันดับในการค้นหา ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหา Duplicate Content ลดความสับสน และรวมพลัง SEO ไว้ในหน้าหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพัฒนา ผู้ดูแลเว็บไซต์ หรือเจ้าของธุรกิจออนไลน์ หากยังไม่ใส่ใจ Canonical Tag ก็ถึงเวลาที่ควร “จัดระเบียบ SEO ให้ถูกต้อง” แล้วครับ

ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

KNmasters
TypeScript คือภาษาการเขียนโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดย Microsoft ซึ่งเป็นการขยายความสามารถของ JavaScript โด...
KNmasters
Framework คือชุดของเครื่องมือและโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างซอฟต์แวร์ เช่น...
KNmasters
Laravel คือหนึ่งใน PHP Framework ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักพัฒนาเว็บไซต์ ด้วยฟีเจอร์ที่ครบคร...
KNmasters
BackupBuddy คือปลั๊กอินสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ดูแลเว็บไซต์ โดย...
KNmasters
เว็บไซต์กีฬา (Sports Website) คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จัดเตรียมข้อมูล ข่าวสาร ผลการแข่งขัน และเนื้อหาท...
KNmasters
การมีสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวทำให้หลายคนต้องการดูแลพวกมันอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้...